สวัสดีครับท่านอาจารย์และผู้อ่านทุกๆท่าน ในวันนี้ผมก็จะมาวิเคราะห์สถาการณืในปัจจุบัน ที่กำลังเป็น ทอล์คออฟเดอะทาวน์ ในช่วงนี้กันครับผม ซึ่งประเด็นนี้ก็ได้มีการถกเถียงก็ค่อนข้างที่จะเยอะ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในต่างแดนครับ หากแต่ว่าผู้กระทำผิดนั้นเป็นคนไทยนั่นเอง จะเป็นอย่างไรเราลองไปอ่านเหตุการณ์กันคร่าวๆดีกว่าครับผม
กลุ่มคนไทยแอบถ่ายหนุ่มเกาหลี เจอพาไปโรงพัก เสี่ยงคุก 7 ปี ปรับ 30 ล้านวอน
เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพบแฟนเพจเฟซบุ๊ก 한국에서 뭐하지? มาเกาหลี ทำอะไรดีน้า? โพสต์ข้อความเรื่องการถ่ายรูปคนเกาหลี โดยหวังเตือนเป็นอุทาหรณ์ ซึ่งขณะนั้นแอดมินเพจกำลังโดยสารรถไฟใต้ดินเพื่อเดินทางไปประชุม และอยู่ในเหตุการณ์ที่ผู้เป็นต้นเรื่องคือคนไทยกลุ่มหนึ่ง โดยคนกลุ่มนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์คนเกาหลีและหัวเราะเสียงดัง กระทั่งในเวลาต่อมามีชายเกาหลี 3 คน เข้ามาในขบวนและนั่งตรงข้ามกลุ่มคนไทย ส่วนแอดมินนั่งติดกับชายเกาหลีกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นฝั่งตรงข้ามคนไทยและได้ยินที่กลุ่มคนไทยพูดตลอด มีการพูดจาแทะโลมและบอกให้หยิบกล้องขึ้นมาถ่าย จนเมื่อรถไฟที่วิ่งข้างบนเริ่มลอดลงใต้ดิน ข้างนอกมืด กระจกเลยสะท้อนเห็นว่าโดนแอบถ่าย ชายเกาหลี 1 ใน 3 คน ลุกไปคว้ามือถือจากคนไทยมาแล้วพูดภาษาเกาหลีใส่ว่า แอบถ่ายรูปใช่ไหม พร้อมบอกให้ลงสถานีหน้าด้วยกันเพื่อไปสถานีตำรวจ จากนั้นมีการยื้อโทรศัพท์มือถือกันไปมาเพราะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง คนในรถก็เริ่มมองๆ เห็นท่าไม่ดีเลยลุกไปแปลให้
(ขอขอบคุณที่มาของข่าว : www.thairath.co.th)
จากสถานการณ์ข้างบนนั้น จะสังเกตุได้เลยว่า ในประเทศไทยนั้น การที่เรายกมือถือหรือกล้องมาถ่ายรูปผู้อื่นโดยไม่ขออนุญาตนั้น แทบจะเป็นเรื่องที่ปกติกันเลยจริงๆ แต่ถ้าว่ากันจริงๆ การกระทำแบบนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง และถ้าจริงจังขึ้นมาอีกขั้นก็คือ ถึงขั้นผิดกฎหมายเลยก็ว่าได้ หากแต่ในประเทศไทยนั้น มิได้มีการเคร่งครัดในเรื่องแบบนี้กันสักเท่าไหร่ แต่ถ้าหากกล่าวแนวคิดในทางนิเทศศาสตร์แล้วนั้น ถือว่า ขาดจิตสำนึกเป็นอย่างมาก เพราะการที่จะบันทึกรูปภาพผู้อื่นโดยไม่ขออนุญาต ในทางนิเทศศาสตร์แล้วนั้น ถือว่าขาดการคำนึงถึงเรื่องจริยธรรมอย่างชัดเจน และยิ่งถ้าหากบันทึกรูปภาพคนที่เราไม่รู้จัก แล้วเอาไปนินทา หรือ ไปโพสลงโซเชียลมีเดีย แบบเสียๆหายๆ ก็จะยิ่งไปกันใหญ่ เหตุการณ์แบบนี้ไม่ต้อง ไปไกลถึงเกาหลี หากแต่ในประเทศไทยนั้นก็มีให้เห็นกันบ่อยๆ อย่างเช่นเหตุการณ์นี้
ชายคนหนึ่งได้ถ่ายรูปผู้โดยสารรถไฟ BTS ไปประจารย์ว่า เป็นโรคจิตแอบดูใต้กระโปรง เพียงเพราะรองเท้าของผู้โดยสารคนนั้นขาดเป็นรู และชายคนนั้นก็โพสใส่ความไปอีกว่า รองเท้าที่เป็นรูนั้นมีกระจกซ่อนอยู่ข้างใน หลังจากที่ได้โพสออกไปนั้น ผู้โดยสารที่ถูกประจารย์ก็มีชีวิตตกอับเป็นอย่างมาก ทั้งตกงาน ไม่มีที่ทำงานไหนรับ ญาติพี่น้องตัดขาดไม่คบหา เพียงเพราะว่าโดนใส่ความ จากรูปภาพเพียงรูปสองรูป
เป็นไงบ้างครับท่านผู้อ่าน เห็นแล้วใช่ไหมครับการถ่ายรูปผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นมันไม่ได้เป็นสิ่งที่ดีเลย และการกระทำแบบนี้จะทำให้ตัวเองเดือดร้อนอีกด้วย ยิ่งถ้าคิดตามแนวคิดของวิชานิเทศศาสตร์แล้วนั้น ถือว่าไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น