"กัญชา"กันใช่ไหมครับ วันนี้เราจะพาไปทุกท่านไปรู้จักกับเจ้าสิ่งนี้ให้มากกว่าเดิมครับ ว่ากัญชานั้นมีสรรพคุณอย่างไร และมีประโยชน์อีกมากมายที่หลายๆคนยังไม่รู้ครับ
กัญชาคืออะไร? กัญชาเป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง มีขนาดลำต้นสูงประมาณ 2-5 เมตร ลักษณะของใบกัญชาจะมีการแยกออกเป็นแฉก 5-8 แฉก โดยทุกแฉกจะมีรอยหยักเป็นเอกลักษณ์ มีดอกออกเป็นช่อเล็ก ๆ ตามกิ่งและก้านของต้นกัญชา ส่วนของกัญชาที่นำมาใช้เป็นยาเสพติดก็คือ บริเวณใบ ยอดช่อดอกและกิ่งก้านที่นำมาตากแดดจนแห้ง แล้วบดให้ละเอียด จากนั้นก็นำมาใส่ในบ้องกัญชา หรือนำมามวนผสมบุหรี่เพื่อใช้ในการเสพ ซึ่งในประเทศไทยนั้น กัญชาเป็นพืชที่ผิดกฎหมาย จัดอยู่ใน ยาเสพติดประเภทที่5
หากแต่ในต่างประเทศหรือโดยเฉพาะประเทศอเมริกานั้น มีการนำกัญชาไปใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ไมม่ว่าจะเป็นทางการแพทย์ที่ใช้ รักษาเยียวยาผู้ป่วยมะเร็ง หรือ จะเป็นในทางอุตสาหกรรม เจ้ากัญชาทั้งหลาย ก็สามารถทำประโยชน์เหล่านี้ได้อย่างเหลือเชื่อ
กัญชามีประโยชน์ทางการแพทย์จริงหรือ? หลายคนอาจจะคิดว่า กัญชานั้นคงจะมีเพียงโทษอย่างเดียว เพราะมันคือยาเสพติด แต่ในปัจจุบันนี้ได้มีสถาบันทางการแพทย์หลายสถาบันยอมรับประโยชน์ของกัญชากันอย่างแพร่หลาย ทั้งการใช้รักษา และเยียวอาการเจ็บปวดต่างๆ ซึ่งในที่นี้เราก็ได้มีตัวอย่างที่ใกล้ตัวมากๆมาเสนอให้ทุกๆท่านได้อ่านกันครับ นั่นก็คือ "สเปรย์ฉีดพ่นในช่องปากจากสารสกัดกัญชา" จาก เภสัชกรหญิง วรวรรณ สายงาม อาจารย์ประจำศูนย์วิจัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตครับ
(รูปตัวอย่าง:สเปรย์ฉีดพ่นในช่องปากจากสารสกัดกัญชา)
เภสัชกรหญิง วรวรรณ เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากโครงการแรกที่มีการสกัดสารให้ได้สารสำคัญปริมาณสูงมาแล้ว จะนำมาคำนวณเพื่อให้ทราบขนาดยาที่ใช้ในการรักษา โดยเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์รูปแบบสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปากที่สกัดจากพืชกัญชาที่มีจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ไม่มีใช้ภายในประเทศไทย เนื่องจากกัญชา จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตาม พรบ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และไม่มีการอนุญาตให้นำมาใช้ในทางการแพทย์ เบื้องต้นหวังผลเกี่ยวกับอาการปวดจากโรคมะเร็ง ซึ่งมีส่วนช่วยในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อยาแผนปัจจุบัน
คณบดีและคณาจารย์ นักวิจัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จึงได้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวอย่างซึ่งสกัดจากกัญชา โดยกระบวนการสกัดสารสำคัญใช้ตัวทำละลายและเทคนิคพิเศษที่ทันสมัย จนได้สารสกัดเพื่อนำมาใช้เตรียม “ตำรับสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปากจากสารสกัดกัญชา (Formulation Development of Oromucosal Spray from Cannabis Extract)” เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ป่วย โดยเน้นไปที่การบำบัดรักษาอาการปวดปลายประสาทในโรคปลอกประสาทอักเสบ (Multiple Sclerosis) และอาการปวดจากโรคมะเร็ง ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด เป็นการช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยอีกทางหนึ่ง
สำหรับผลิตภัณฑ์นี้มุ่งเน้นไปที่การบำบัดอาการปวดจากโรคมะเร็ง ซึ่งมีอุบัติการณ์การเกิดโรคในประเทศไทยค่อนข้างมาก เพื่อลดอาการข้างเคียงเมื่อได้รับยาเคมีบำบัด นับว่าเป็นการช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยอีกทางหนึ่ง ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับการขอขึ้นทะเบียนต่อไป
เหตุผลที่เลือกเป็นสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปาก เนื่องจากเมื่อเราฉีดพ่นสเปรย์เข้าไปสัมผัสกับเยื่อบุในช่องปาก ตัวยาสามารถดูดซึมได้ทันที ซึ่งแตกต่างจากยารับประทาน หากเราทานยาลง ตัวยาหรือสารสำคัญจะถูกสารในร่างกายทำลายได้ ดังนั้น ข้อดีที่เด่นชัดของยารูปแบบนี้คือ ตัวยาจะไม่ถูกทำลายที่ตับและออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า
การศึกษาวิจัยเพื่อทดสอบฤทธิ์ของสารกัญชาต่อมะเร็งทั้งในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง มีการตีพิมพ์เผยแพร่ในหลายประเทศ นอกจากนี้ สารสกัดกัญชา, สาร ?9-THC และสาร CBD ยังได้รับการยอมรับทางการแพทย์เพื่อนำมาใช้ลดอาการปวด อาการคลื่นไส้อาเจียน อาการแพ้จากการได้รับยาเคมีบำบัด ได้มีการจดทะเบียนและอนุญาตให้ใช้ได้ในหลายประเทศ โดยสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปากจากสารสกัดกัญชา มีองค์ประกอบของสาร ?9-THC และสาร CBD ซึ่งอาจมีผลลดมะเร็งได้ จึงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป
และนี่ก็เป็นตัวอย่างเล็กน้อยของประโยชน์ของกัญชาในเชิงวิชาการ ที่ผมได้นำมาฝากให้ทุกๆท่านได้อ่านกันครับ สำหรับวันนี้ก็ขอฝากข้อคิดไว้สักหนึ่งข้อครับ สิ่งที่เราคิดว่ามันเลวร้าย บางครั้งมันอาจไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เราคิด แต่อาจจะมีประโยชน์ที่เราคิดไม่ถึงก็เป็นได้ ขอบคุณครับ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น